| |
= = นู๋ชีส still เปื่อย = =
อัพเดทเรื่องลูกชายกันอีกที..
[ขอบชีส] นู๋แฮมสเตอร์วัยชรา ที่โดนมรสุมสารพัดโรครุมเร้า T-T
ตามสภาพ... เหมือนกับที่หลายสำนักบอกไว้เกี่ยวกับนู๋แฮมๆ
ว่าเมื่อไหร่ก้อตามที่อายุเลย 12 เดือน
ก้อเตรียมใจไว้ได้เลย ว่าเค้าจะต้อง sensitive ขึ้นเรื่อยๆ
บางอย่างที่ไม่เคยเป็น ก้อจะเป็น
บางอย่างที่ไม่น่าจะเป็น .. ก้อจะเป็น
ก้อเตรียมใจ และ เตรียมตัวน่ะนะ
"น้องแมวดำตัวยาวใส่แว่น" ก้อบอกไว้ตลอด [เค้าแก่แล้วนะ ต้องทำใจไว้บ้างนะ]
แต่. . . ความรู้สึกลึกๆ ก้อไม่อยากจะคิดว่าเค้าจะไป
จากที่ปกติก้อแค่สังเกตเค้านิดๆ หน่อยๆ กลายเป็น . . . วิตกจริต >,<
ทุกๆ เช้า และ ทุกๆ ครั้งที่กลับเข้าบ้าน จะต้องมี 2 อย่างที่ทำทันที
นั่นคือ เรียกชื่อขอบชีส และ จ้องดูพุงเค้าว่าหายใจอยู่รึป่าว!!
~ ~ ~ ถ้าวันนึงเค้าเกิดหยุดหายใจ ก้อไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ~ ~ ~
แต่ ณ ตอนนี้ ก้อทำเท่าที่จะทำได้ คือ .. ไม่ว่าเค้าจะเป็นอะไรก้อจะรักษาให้ดีที่สุด
(..T v T..)
เมื่อเดือนที่แล้ว~ นู๋ชีสไปหาหมอจ๋าซะหลายหนอยู่ เพราะต้อง follow up อาการตาแดง
วันเสาร์ 24 พ.ค.
เป็นวันแรกที่ขับรถพาชีสไปเกษตรเอง ปกติจะนั่งแท็กซี่ไปเพราะขี้เกียจหาที่จอดรถ
เข็ดจากเวลาไปโรงบาลของคน ที่จะต้องวนให้อย่างเหนื่อย~
แต่คราวนี้ต้องขับไปละ เพราะเบื่อกับการยืนรอรถแท็กซี่ นู๋ชีสต้องตากแดดไปด้วย
แถมพี่แท๊กบางคัน เห็นกรงหนูแล้วเหมือนเห็นกรงเสือ โบกมือไม่รับซะงั้น -*-
พอขับมาถึงแล้วประทับใจ คุณพี่ รปภ.ที่นี่ มั่กๆ
ทุกคนยิ้มต้อนรับอย่างดี พอรู้ว่าต้องพาหนูไปหาหมอ ก้อช่วยหาที่จอดให้
น่ารักมากๆ เลยต้องมาประกาศไว้ซะตรงนี้ ^^
เผื่อใครกัวที่จะขับรถไปโรงบาลสัตว์เกษตรจะได้สบายใจ
วันนี้นั่งรอแป๊บเดียว .. ก้อได้เจอหมอจ๋าคนสวย
หมอจ๋าก้อไม่รู้ว่า นู๋ชีสเป็นอะไรกันแน่ เพราะให้ยาไป หยอดเท่าไหร่ กินเท่าไหร่ ก้อยังไม่หาย
ลองชั่งน้ำหนักดู ตอนนี้นู๋ชีสเหลือแค่ 60 เท่านั้น - -"
คุณหมอบอกว่า เค้าอาจจะเครียดก้อได้ เลยทำให้กินได้ไม่เยอะ
แล้วคุณหมอก้อแนะนำอีกว่า ชงซีลีแลคให้เค้ากินก้อได้นะ บำรุงๆ o_O เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ากินได้!!
คราวนี้คุณหมอจัดยาให้ใหม่ แล้วขอให้วันพฤหัสช่วยมาอีกที
เพราะคุณหมออยากวัดแรงดันตาของชีส ว่าทำไมมันโตนัก
ใครที่ไม่รู้ว่า เวลานู๋ตาแดง มันบวมขนาดไหน... มีรูปมาโชว์ความสยองให้ดูค่ะ
ปลิ้นๆๆๆ T-T

ถ่ายมาเอง ยังสยองเอง ต้องเอามือลูบๆ ให้หนังตาเค้ากลบลูกตาลงไป
คุณหมอบอกว่า ปลิ้นอีกเมื่อไหร่ ก้อต้องคอยจับๆ ให้เข้าที่นะคะ ไม่งั้นมันจะไม่กลับเข้าไปอีก!!
วันนั้นหลังจากที่ลาคุณหมอกลับมาบ้าน พอคืนวันอาทิตย์ก้อเกิดเรื่อง!!
กลับมาถึง ก้อเจอเรื่องตะลึงสุดๆ
นู๋ชีสก้อตะกายขึ้นมาบนหอคอย แล้วตบๆ แก้มเหมือนจะคายอาหารออกมากิน
ก้อเหมือนจะเป็นเรื่องปกติเนอะ แต่...
สิ่งที่เห็นบนหอคอย หลังจากชีสโดดตุ๊บลงไปข้างล่างแล้วก้อคือ. . .
"อึ๊ของนู๋ชีส" มีปามาน 20 เม็ดได้ !!!
ลูกเก็บอึ๊ไว้ในแก้มทำไมเนี่ย !!!
ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้หรอก เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากัวมากๆ แปลกประหลาดสุดๆ
ได้แต่โกยไปทิ้ง แล้วแมสเสจหาคนๆ นั้นทันที
"I thik Cheezie is in much trouble, he kept his shit in his cheek!!"
ส่งไปเสดแล้วก้อนั่งน้ำตาซึม เกิดไรขึ้นกับลูกเนี่ย T-T
หลังจากนั้นก้อนั่งนับวันรอให้ถึงวันพฤหัสเร็วๆ .. หวังว่าลูกคงไม่เป็นอะไรนะ
ระหว่างนั้นยิ่งสังเกตเค้ามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากที่ตาแดงๆ ปลิ้นๆ ไม่หาย
ก้อเริ่มเห็นชัดว่า เค้ากินน้อยลงไปมาก
ปามานแค่ 20% จากที่เคยกินเหมือนหมู ก้อกลายเป็นเหลือทิ้งซะเยอะ
หรือชีสจะแก่จนฟันร่วงหมดปาก กินอะไรไม่ได้นะ >,< แต่เวลาหาวยังเห็นฟันอยู่เลยนี่นา
เค้าจะต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ อ่ะ
และแล้วก้อถึงวันพฤหัส..
วันพฤหัสที่ 29 พ.ค.
ตัดสินใจไม่โกหกพี่โน้ต .. แล้วบอกเค้าไปตามตรงว่า พาชีสไปหาหมอ
ตอนแรกคิดสารพัดว่าจะพูดยังไงเพื่อลาหยุด .. ป่วยมั๊ย? ปวดท้อง หรือเป็นไข้ดี?
แต่สุดท้ายก้อไม่อยากโกหก คิดว่ายังไงพี่โน้ตก้อน่าจะเข้าใจ
แล้วเค้าก้อเข้าใจ ^^ ขอบคุณมากค่ะ ดีใจที่มีเจ้านายแบบนี้ ^^
ไปถึง .. คิวไม่ค่อยยาวมาก อาจจะเป็นเพราะวันนี้วันธรรมดา
นั่งเล่นเกม bomber man แค่แป๊บเดียว คุณพี่เจ้าหน้าที่ก้อเรียกเข้าไป
หมอจ๋า ทักทายขอบชีสก่อนเลย~ ตอนนี้เริ่มจำกันได้แล้ว
แล้วก้อถามว่า ดีขึ้นบ้างรึป่าว ไอ้เราก้อได้แต่ส่ายหน้า
แล้วรีบบอกเรื่องชีสเก็บอึ๊ไว้ในแก้ม บวกกับเรื่องที่กินน้อยลงไปเยอะมาก
หมอจ๋าทำหน้าเครียดทันที .. "เก็บอึ๊ไว้ในแก้มเลยหรอ" , "นี่เค้าเครียดจัดเลยนะคะ รู้มั๊ย"
คราวนี้ก้อเรยตกลงกับคุณหมอว่า ลองแหวกปากเค้าดูมั๊ย
ว่าฟันเค้าเป็นอะไรรึป่าว หรือในปากเค้ามีปัญหาอะไรรึป่าว
พอคุณหมอแหวกปุ๊บ .. ก้อเจอสาเหตุทันที ^^
หมอจ๋า >>> "อ๋อออออ ,, นี่ไงๆ เค้าฟันยาวจนสบกันไม่ได้น่ะ ,, เลยทำให้กินอาหารไม่ได้"
แนน >>> แล้ว.. ต้องทำไงอ่ะคะ
หมอจ๋า >>> "ก้อต้องตัดมันทิ้งไปบ้างอ่ะค่ะ นี่ๆ มีหักไปบ้างแล้วด้วยนะเนี่ย"
แนน >>> ตัดด้วยอะไรอ่ะคะ
หมอจ๋า >>> (ไม่บอกแต่หันไปหาพี่เจ้าหน้าที่) "พี่ๆ หยิบกรรไกรตัดเล็บให้หน่อย"
o_O ความรู้ใหม่คับพี่โน้ง .. นู๋ฟันยาว ใช้กรรไกรตัดเล็บคน เนี่ยแหละตัด!!
ยืนๆ ดู แบบเก้ๆ กังๆ อยากช่วยแต่ก้อมะรู้จะช่วยยังไง
คุณหมอกับพี่เจ้าหน้าที่ช่วยกันจับปาก จับมือชีสไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน
แล้วก้อได้ยินเสียงดัง กริ๊ก!
อ๊า~ ฟันบนโดนตัดไปแล้ว เย้! ดีจังเลย ^^
แต่... คิดเหรอว่าชีสซ่าของเรา จะยอม!! คราวนี้ดิ้นเป็นลิงเลย ไม่ยอมๆๆๆๆ
ทั้งถีบ ทั้งปัด สารพัดที่จะสู้ .. ชีสก้อสู้คนงับ ชีสก้อสู้คน~
แถมยังแลบลิ้นแผลบๆ เอามาบังฟันล่างไว้ เล่นเอาคุณหมอเหงื่อตก
5 นาทีผ่านไป กับการยื้อยุดครั้งนี้
"พอล๊ะ .. ไม่ตัดล๊ะ เด๋วเค้าช็อกตายกันพอดี" < < < คุณหมอจ๋าร้องขึ้นมาในที่สุด
แล้วก้อวางกรรไกรตัดเล็บ แล้วเอาชีสวางบนผ้าขนหนูนุ่มๆ
เจ้าชีสพอนั่งนิ่งๆ ก้อเหมือนโล่งใจ .. นั่งล้างหน้าล้างตาแต่งตัวซะงั้น
แต่ก้อเหมือนยังเอ๋อๆ อยู่ เลยนอนหมอบนิ่งเหมือนทงคัตสึเปี๊ยบบบ~
เลยหันไปบอกคุณหมอว่า
แนน >>> คุณหมอคะ จัดการเลยมั๊ยคะ ท่าทางกำลังเอ๋อ คงไม่ช็อกหรอกค่ะ
หมอจ๋า >>> "อืมมมม ก้อได้นะ ลองอีกซักที"
แนน >>> เด๋วช่วยนะคะ คุณหมอ
ว่าแล้วก้อ จับหนังย้วยชีสขึ้นมาตึงๆ .. คราวนี้ตาปลิ้นหนักกว่าเดิมอีก >,< สยองมาก
คุณพี่เจ้าหน้าที่เลยอาสาช่วยจับแทนให้
สงสัยชีสซ่าจะแรงหมด .. ดิ้นได้อีกนิดหน่อยก้อเหมือนไม่ไหวละ
แล้วก้อเลยได้ยินเสียงดัง กริ๊ก! อีกครั้งซะที .. เฮ้ออออออออออออออออออ~
(ทั้งคุณหมอ , แนน แล้วก้อพี่เจ้าหน้าที่ ถอนหายใจพร้อมกันทันที)
ส่วนชีส .. นอนหมอบตัวแบนๆ อยู่บนผ้าขนหนูด้วยความเซ็ง
สงสัยคงคิดในใจว่า .. เกิดไรขึ้นกับช้านนนนนนฟระ!!
ซักพักแนนเห็นเค้ากำลังนิ่ง เลยรบกวนพี่เจ้าหน้าที่ช่วยชั่งน้ำหนักให้ชีสหน่อย
จับลงไปเจอแต่กระดูก - -
คุณพี่คนนี้ชำนาญมาก จับชีสแบบคลุมมือลงไป สงสัยชีสกำลังงงๆ เลยไม่กัด
แล้วก้อได้ความว่า .. ไอ้อ้วนซ่ากลายสภาพเป็นไอ้ผอม เพราะน้ำหนักเหลือแค่
58 กรัม!!
หลังจากการมะรุมมะตุ้มรุมรักชีสได้จบลง คุณหมอก้อนัด follow up อีก 2 สัปดาห์
พร้อมกับบอกว่า ให้หยอดตาตัวเดิมต่อไป แล้วก้อให้ยาแก้ปวดกับนู๋ชีสมาตลับนึง
แต่... จะป้อนยังไงล่ะ .. มันเป็นผงอ่ะ !!
เคยแต่ป้อน ไซริง มาเป็นผงแบบนี้ ทำอะไรไม่ถูกเลย
ถามคุณพี่ที่ห้องยา ก้ออึกๆ อักๆ ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน อุปกรณ์ก้อไม่มีให้มา
เฮ้อ~
พอถึงบ้านเลยใช้วิธีหลอกล่อตามเดิมคือ เอาไซริงที่มีกลิ่นวิตามินแตะๆ ผงยาขึ้นมา
แต่วิธีนี้ใช้ได้อยู่ไม่กี่ครั้ง ชีสก้อไม่ยอมละ
ผลคือ .. กินได้แต่ผัก กับ ชีสบอล เพราะฟันที่โดนตัดไปคงกำลังทื่อ
จะแทะๆ พวกหนม หรือ อาหารเม็ดก้อแสนจะลำบ๊าก ลำบาก
ต้องออกแรงแทะ แล้วตาก้อปลิ้นออกมาอีก .. กรำแท้!
ขนาดผักก้อต้องหั่นให้ชิ้นเล็กลง ให้เค้าพอจะหยิบขึ้นมาแทะได้ง่ายขึ้น
มาดูสภาพชีส ณ ตอนนี้ ซะหน่อยมั๊ย?


เวลากินหน้าอย่างผอมอ่ะ เหลือตัวกระจิ๊ดนึง..
ตอนนี้ของโปรดชีสเลยกลายเป็น ข้าวโพดหวาน , แตงกวา , ชีสบอล , บล็อกโคลี่
เม็ดปอพอจะแทะได้บ้าง แต่ก้อหัวสั่นหัวคลอนเอาเรื่องอยู่!
แล้วอีกอย่างนึง ที่รู้สึกแย่มากๆ เลยคือ...
แนนลองเอากระจกไปใส่ไว้ในกรง เพราะอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง
หลังจากที่ไปอ่านหนังสือเจอ เค้าบอกว่าสัตว์ที่ส่องกระจกแล้วไม่ตกใจหรือ งง ที่เห็นตัวเองคือ
สัตว์ประเสริฐอย่างเราๆ คือ มนุษย์ , ลิงบางจำพวก , นกบางจำพวก และ ช้าง
ทีนี้ ลองมาดูชีสบ้าง เวลาส่องกระจก (ที่ใส่ลงไปในกรงอ่ะ กระจก Etude เลยนะ :P)

ชีสไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับกระจกเลย .. เค้ามองไม่เห็นน่ะ!!
ไปเล่าให้ "น้องแมวดำตัวยาวใส่แว่น" รับรู้ .. เค้าก้อบอกว่า นู๋แฮมเค้าสายตาแย่อยู่แล้วนี่
แต่.. แนนเคยเห็นกระจกเป็นของเล่นของนู๋แฮมในร้านขายของที่สวนลุมนี่นา!!
ยิ่งร่างกายเค้ายิ่ง sensitive มากขึ้น .. ใจก้อฝ่อลงไปเรื่อยๆ
แต่ก้อมีสิ่งที่เห็นแล้วทำให้ยิ้มได้ คือ เห็นเค้าลงไปคลุกชามหนม ,, เห็นเค้ายังกินได้ กินน้ำได้
และอีกอย่างที่จะต้องขำทุกครั้งก้อคือ ท่านอนของชีส~
<< เหมือนเด็กนอนพิงโอ่งเย็นๆ เลยเน๊อะ ^^

รูปนี้ชอบม๊ากกกก~ ปากเค้าอมชมพู น่าจุ๊บสุดๆ ^^
คนๆ นั้นแอบประชดมาว่า "ก้อลองสิ ปากเปิกฉีกเลือดกระฉูดแน่"
นั่นสินะ .. ต่อให้ตัดฟันมาแล้ว .. แต่ชีสซ่าก้อยังกัดเจ็บเหมือนเดิม - -"
สู้ต่อไป .. Cheeza Fighto ! ! !
ปล. ประจำวัน
- วันนี้เขียนซะยืดยาว .. เบื่อกันรึป่าว แฟนคลับนู๋ชีส ^^
- ระหว่างที่นั่งเขียน แอบดีใจ โปรตุเกสชนะตุรกี 2-0 ถึงน้องโด้จะยิงไม่ได้ก้อเถอะ
- มีวิธีป้อนยาผงๆ ให้ชีสล๊ะ!! ก้อคือโรยผงยาใส่โยเกิร์ต!! แหม ..แอคทิเวียด้วยนะชีสซ่า ^^
- เพิ่งรู้ว่านู๋แฮมกินโยเกิร์ตได้ ก้ออีตอนชีสยื่นหน้ายื่นตาเลียจนถึงด้ามช้อน เหอะๆ
- เด๋วนี้เวลากินธัญพืชอะไร ก้อจะแบ่งๆ ให้ชีสด้วย ล่าสุดนั่งกินเต้าทึงก้อแอบป้อนถั่วแดงให้ซะงั้น!
- พยายามถึงที่สุด .. ให้เค้ามีความสุขกับทุกๆ วัน
- หม่ามี๊ทำดีที่สุดแล้วนะลูก .. นู๋ก้อต้องสู้ๆ ด้วยนะ ชีสซ่า~
^__^
Posted on Sat 14 Jun 2008 22:20 |
|
|