ขอบชีส~ขอบชีส
Ai Zai Ai Ni - Vic Zhou กลับมาแล้วค่ะทุกท่าน :-)ต้องถือว่าสุดยอดจริงๆ สำหรับกำลังใจอันล้นหลามที่ทุกคนมีให้กับ ~ขอบชีส~นู๋แฮมสเตอร์รุ่นปู่ ที่มีแฟนคลับทั้งในไดและนอกไดเยอะชนิดที่แม่มันยังงงๆ ^^ขอบคุณนะคะ ขอบคุณทุกคนเลย ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆที่ส่งกำลังใจมาให้ในไดหน้าที่แล้ว .. อ่านแล้วอิ่มใจสุดๆ ^^แนนเชื่อว่า ที่ขอบชีสรอดมาได้เนี่ย .. ก้อต้องเป็นเพราะกำลังใจของทุกคนที่ส่งเข้าห้องผ่าตัดแน่ๆเด๋วไว้จะพยายามหาแอ๊กชั่นพนมมือของขอบชีส มาฝากทุกคนน๊า~ขอบคุณแทนขอบชีสอีกครั้งด้วยใจจริงค่ะ ^^ ...... แล้วก้อที่หายหัวไปซะจนทุกคนเป็นห่วง ว่าป่านนี้นู๋ชีสเปงงายบ้างแร้วหนอ~ทั้งเพื่อนในได , เพื่อนนอกได , เพื่อนสนิท , คุณสื่อทั้งหลาย ต่างถามเหมือนกันหมดเจอหน้าถาม , เจอใน MSN ถาม ส่วนเพื่อนในได ถ้าใครเม้นถาม แนนก้อจะตามไปตอบพร้อมขอบคุณ ^^:;แต่ก้อไม่อัพเดทไดอะรีซะที ... จนพี่อ้อเข้ามาตาม ... เริ่มรู้สึกได้ ...ที่แนนไม่ได้เข้ามาเขียนไดเลย รวมๆ ก้อ 10 วันก้อเป็นเพราะงานล้มทับค่ะ .. เรียกว่างานเข้าแห่งชาติเลยก้อว่าได้>..< ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยรู้สึกท้อใจในการทำงานมากเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยแถมด้วยการดูแลนู๋ชีสหลังการผ่าตัดพ่วงห้อยท้ายมาอีก ..ทำให้ 24 ชั่วโมงของแนน .. เหลือเวลานอนแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน เท่านั้นเอง T^Tถ้าเป็นสมัยเรียนน่ะเหรอ .. แค่นี้ สบ๊ายยยยย~ หนักกว่านี้ก้อทำมาแล้วไม่ว่าจะดูบอลโต้รุ่งแล้วไปสอบ หรือจะไม่นอนติดๆ กันยังได้ ..แต่เนี่ย ..เวลาผ่านมาแค่ไม่ถึง 10 ปี แต่รู้สึกได้เลยว่า ร่างกายมันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ-..- บ่นเป็นป้าแก่เลยแฮะวันที่พาขอบชีสไปผ่าตัด (วันจันทร์ที่ 18 สิงหา) แนนก้อคิดไว้นะว่ากลับถึงบ้านจะรีบเขียนไดก่อนเลยแถมคิดการณ์ใหญ่ กะไว้เลยว่าจะเขียนทุกวันเลยนะ อัพเดทเรื่องชีสทุกๆ วันเหมือนบรรดาคุณแม่สมัยใหม่ที่จะเขียนไดอะรี่ถึงลูกทุกๆ วัน เพื่อดูพัฒนาการแต่ทำไปทำมา .. มันทำงั้นไม่ได้จริงๆ ค่ะ ... ไม่ได้เลยเอาง่ายๆ นะ .. แค่จะเอาเวลาไปแว๊บอ่านหนังสือเช่า ก้อยังไม่มีเลยอ่ะต้องใช้วิธียอมเสียค่าปรับ แล้วอ่าน 2 วัน .. ทั้งๆ ที่ปกติ แค่ ชั่วโมงกว่าๆ ก้ออ่านจบแล้ว!แนนอาจจะโอเว่อร์เกินกว่าเหตุก้อได้นะบางคน .. อาจจะมีเรื่องให้คิดให้ทำ ให้ลำบากกว่าแนนเยอะแต่ไม่รู้สิ แนนคิดว่า แนนไหวได้แค่นี้จริงๆ อ่ะงานที่แนนทำ ก้อเป็นงานที่ต้องคิด ต้องครีเอทหลายๆ อย่าง พอเหนื่อยใจ และ เหนื่อยสมองเอามากๆ มันก้อมาลงที่ร่างกายรับไม่ไหวซะงั้นเพราะกลับบ้านมา ก้อต้องกลายร่างเป็นแม่ลูกอ่อนจำเป็นมาดูแลขอบชีสต่ออีก ... กว่าจะได้นอนก้อเกือบ ตี 4 ตลอดเลย((มันยังบ่นไม่หยุด .. ดูสิ เหมือนอัดระเบิดไว้ข้างในเลยโนะ เหอะๆๆๆๆ))......... นี่จริงๆ จะเขียนเรื่องขอบชีสใช่มั๊ยเนี่ย 555555+ ที่พล่ามมาซะเยอะ ก้อแค่อยากจะบอกว่า ... อยากเขียนไดทุกวันค่ะแต่ร่างกายมันไม่อำนวยเอาซะเล๊ยยยยยยยจริงๆ เมื่อวานอ่ะ จะอัพไดแล้วนะ เพราะเริ่มว่างขึ้นมาหน่อยแต่มันไม่ไหว .. เหมือนร่างกายใช้งานหนักมาตลอดเมื่อคืนก้อเลยแหมะ .. เอาหน้าแนบโน้ตบุ๊ค หลับไปบนแป้นซะงั้น!ตื่นมาสิวขึ้นทันที - -" ฮ่วย~เข้าเรื่องขอบชีสซะทีเถอะเนอะ ... ((บางคนคงคิด .. เมิงจะบ่นอีกนานมั๊ย แสดดดดด))^^;เป็นที่รู้กันนะคะ .. เรื่องโรคของขอบชีส (หรือถ้าใครไม่รู้ ก้อกลับไปอ่านไดหน้าที่แล้วได้ค่ะ)วันผ่าตัดวันจันทร์ แนนพาขอบชีสไปออฟฟิศด้วย เพราะแนนขอพี่โน้ตลาครึ่งวันบ่ายชีสซ่า เหมือนรู้ชะตากรรมตัวเอง เพราะเอาแต่หม่ำผักตั้งแต่เช้า.. รีบเร่งจนลนลาน .. เพราะต้องเคลียร์งาน กินข้าว แล้วบึ่งไปโรงบาลเกษตรให้ทันก่อนบ่าย 2แต่.............................................. ไม่รู้จะรีบเหยียบคันเร่งให้เปลืองน้ำมันทำไมเพราะ .. พอมาถึงปุ๊บ ก้อนั่งรอไปอีกเกือบ 40 นาที - -"พักใหญ่ๆ คุณหมอสิรันดร์ ผู้ผ่าตัดชีส ก้อเรียกเข้าไปหา ...เค้าให้แนนใส่ขอบชีสลงในตะกร้าเล็กๆ ของโรงบาล .. แล้วก้อบอกให้ออกไปรอข้างนอกระหว่างนั้น เป็นช่วงเวลาที่กดดันมากถึงมากที่สุดนั่งน้ำตาซึมๆ .. คิดเยอะ คิดเว่อ ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ~~~~แถมมีคนมาทำให้ใจแป้วอีก .. เพราะมีผู้ ญ คนนึงเค้าพาน้องหมามาผ่าตัดด่วนเหมือนว่าโดนหมาใหญ่ฟัดกระจุยมาผู้ ญ คนนั้นเดินไปเดินมา เช็ดน้ำตาเป็นระยะๆ แล้วก้อไม่ยอมนั่งจนคุงหมอผู้ ญ ห้องผ่าตัดเรียก .. เท่านั้นแหละ .. แนนก้อยิ่งใจแป้วไปกว่าเดิมเพราะน้องหมาตัวนั้น ไปสวรรค์ซะแล้ว ...................-_-" เครียดๆๆๆๆๆระหว่างนั้น มีโอลิมปิก ถ่ายทอดบาส .. ปกติแนนเป็นคนชอบดูบาสนะคะ ชอบมากกว่าบอลซะอีกแต่อารมณ์ ณ ตอนนั้น ดูไม่รู้เรื่องอ่ะ .. เหมือนมันแค่ผ่านๆ ตาเท่านั้นเองผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ การรอคอยที่แสนจะอึดอัด .. ก้อหมดลงคุณหมอสิรันดร์ เรียกให้เข้าไปหา .. ตอนนั้นแนนลุ้นๆ แอบมองเข้าไปในห้องผ่าตัดเห็นขอบชีสอยู่ในตะกร้า กำลังขยับๆ ............ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แค่ขยับให้รู้ว่า "ยังมีชีวิตอยู่" ก้อดีใจจนน้ำตาไหลแล้วอ่ะคุณหมอเรียกเข้าไปอธิบายว่าผ่าอะไรตรงไหนไปบ้าง . . . ต่อไปชีวิตขอบชีสจะเปงไงบ้างแอบตกใจ! เพราะตอนก่อนผ่า กะ หลังผ่า คุณหมอพูดไม่เหมือนกัน!แต่ก้อเอาเถอะ .. ก้อผ่ามาแล้วนี่ .. ยังไงขอบชีสก้อรอดกลับบ้านได้แล้ว .. ผ่าเสดออกมา ปากขอบชีส ยังมีเลือดกรังอยู่เลยยอมรับคุณหมอเลยค่ะว่าเก่งมากๆ สามารถดมยาหนูตัวนิดเดียวได้ แถมยัง "เย็บในปาก" ขอบชีสได้อีกด้วยเบ็ดเสร็จค่าผ่าตัดทั้งหมดก้อ 950 บาท ค่ะ .. พร้อมยาอีก 1 ขวดใหญ่ตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัด , นั่งรอยา , จนออกจากโรงบาลเกษตรขอบชีสนิ่งมาตลอดเลย .. นิ่งจนแนนกลัวแนนเลยพาเค้าออกมานอนแหม่ะ อยู่บนตัก .. ขอบชีสคงยังไม่สร่างฤทธิ์ดมยา แน่ๆเพราะเค้าหลับตาหยี แถมยังเอาหัวมุดๆ ซุกๆ พุงแนนอีกพอกลับถึงบ้านก้อนอนในกรงแบบนี้ ....เอาแต่นอน นอน และ นอนจนแนนกังวลไปหมด .. ทั้งกลัว ทั้งเครียด .. ต้องคอยเปิดฝาบ้านดินเผาเค้าเป็นระยะๆวิตกจริตขึ้นสมองแล้วคร๊าบบบบบบบบบบบบบบส่วนเรื่องอาหารการกิน ... ก้อเป็นอะไรที่ .........................แนนเครียดตั้งแต่ที่คุณหมอบอกว่า "เค้าจะไม่มีฟันล่างอีกแล้วนะครับ""จะไม่มีฟันล่างขึ้นมาใหม่อีกแล้ว เพราะหมอรื้อเหงือกเค้าออกไปหมด""ถ้าไม่ทำแบบนี้ โอกาสที่จะกลับมาเป็นเนื้องอกอีกครั้งมีสูงมาก""เค้ากินอาหารที่ต้องใช้ฟันแทะไม่ได้อีกแล้วนะครับ ต้องดูแลเรื่องอาหารเค้าให้ดีๆ"คุณหมอพูดมาแบบนี้ .. แนนก้ออึ้งคิดอะไรไม่ออก นอกจาก "ซีลีแลค" (เลือกรสผลไม้รวม - - ซื้อในเซเว่นแอบแพง)วันแรก แนนชงไม่อร่อยมั๊ง (เพราะไม่ได้ชิม)ขอบชีส ไม่ยอมกิน .. อาจจะไม่คุ้นรสชาติด้วย แค่นี้ ................... แนนก้อร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวร .. ตอนนั้นกัวว่าถ้าลูกไม่กิน แล้วเค้าจะอยู่ได้ไงโทรไปร้องไห้กับ "น้องแมวดำตัวยาวใส่แว่น" ขอร้องให้เค้าช่วยหาวิธีงอแง เหมือนคนงี่เง่าอีกแล้ว อริสรา ... แล้วก้อไม่วาย ต้องโดนตะคอกใส่กลับมาตอนหลัง ตั้งสติ ... คิดเยอะๆๆๆๆๆ ... มันเป็นแค่เรื่องหางอึ่งน่ะก้อแค่แนนชิม .. ชงให้ข้นหน่อย ให้หวานๆ หน่อย .. แค่นี้ขอบชีสก้อยอมกินแล้ว ^^;(ตอนนี้กลายเป็นเมนูโปรด ที่ต้องหม่ำทุกเย็น)ส่วนพวกผักเดิมๆ ที่เค้าเคยกิน ก้อต้องหั่นให้ชิ้นเล็กมากขึ้น กินง่ายขึ้นคุณหมอบอกว่า เค้าแทะไม่ได้ แต่เค้าก้อเคี้ยวได้เพราะในปากเค้าด้านใน ยังมีฟันอีกหลายซี่ ไว้เคี้ยวอาหารแนนก้อเลยยังให้ผักเดิมๆ คือ - แตงกวา .. จากเดิม แค่ผ่าครึ่ง ตอนนี้ต้องหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า- บล็อคโคลี่ .. จากเดิม หั่นเป็นชิ้นให้ถือแทะสบายๆ ตอนนี้ต้องหั่นแต่ตรงที่เป็นดอกๆ เพราะนิ่ม กินง่าย- ถั่วหวาน .. จากเดิม ก้อแค่เด็ดเม็ดข้างในให้ ตอนนี้ต้องเพิ่มขั้นตอนที่ละเอียดกว่าเดิมมากๆๆๆมาดูขั้นตอนการปอกถั่วหวานกันหน่อยดีกว่า ^^;กว่าจะชำนาญ ก้อเอามีดจิ้มนิ้วไปซะหลายหนใช้เวลาในการปอก นานมากกกกกกกกกก เพ่งจนปวดตา ปวดหัว ปวดคอ (เพราะเม็ดกระจิ๋วเดียว)วันแรกที่นั่งปอก คือ 1 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ก้อเริ่มลดๆ ลงบ้างแล้วค่ะ - -"ส่วนพวกอาหารเม็ดแห้งๆ ก้อไม่กล้าให้ เพราะยังไงเค้าก้อแทะไม่ได้โทรไปคุยกับภัทรจัง ที่เลี้ยงแฮมๆ เหมือนกัน ... ภัทรบอกว่า ให้ลองเอาอาหารเม็ดเขียวใหญ่ๆไปแช่น้ำดู .. ให้มันพองๆ เละๆ .. เผื่อชีสจะยอมกินวันแรกชีสไม่ยอมกินค่ะ ... แนนก้อร้องไห้อีก ... จะนางเอ๊ก นางเอกไปถึงหนายยยยย~แต่พอวันหลังๆ ขอบชีสคงเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ไม่มีฟันให้แทะ ...เค้าก้อเลยยอมกินค่ะ ^^;พอวันที่ 2 หลังจากผ่าตัด ... ขากลับบ้านแนนต้องผ่านโลตุส เลียบทางด่วนเลยแวะซะหน่อย ... เข้าไปเดินๆ อาจจะเจออะไรดีๆ มาฝากลูกในใจที่คิดไว้อย่างแรกเลยคือ ไปแบกโยเกิร์ตกลับบ้านเยอะๆ หน่อย เพราะให้ชีสกินทุกวันซื้อเซเว่น แอบแพงง่ะ - -"ใช้เวลาช็อปปิ้ง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในโลตุส ก้อได้ "ของใหม่" กลับมาฝากขอบชีสเพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน .. หรือมันมีนานแล้วแต่แนนไม่ได้สนใจสังเกตก้อมะรุ-เชดด้าชีส- ในรูปแบบขวดซอส เห็นว่าสะดวกดี ... หยดให้ขอบชีสหม่ำๆ ง่ายกว่าซื้อแบบแผ่นๆ เพราะชีสกินติ๊ดเดียวเองจะได้ไม่เสียของด้วย ลองชิมๆ (ตอนอยู่บ้านแล้วนะ ไม่ใช่ที่โลตุส) ก้อเค็มๆ มันๆ อร่อยดี ^^แต่ราคาก้อใช่ย่อยเลยนะ ขวดนึงตั้งเกือบ 200 !!!กับอีกอย่าง ที่เป็นอาหารเด็กอ่อนแบบภูมิปัญญาชาวบ้านเครดิตความคิดโดย กิ๊พ เพื่อนเลิฟ กะ พี่เปิ้ล simplespace ที่แนะนำมาเหมือนกันเด๊ะ"กล้วยน้ำว้าขูด"ที่เลือกกล้วยน้ำว้า เพราะมันหวานสุดในตระกูลกล้วยแล้วอ่ะราคาก้อไม่แพง แค่หวีละ 19 บาทเอง ... พยายามเลือกเขียวๆ ไว้ก่อน จะได้กินทันพอมันเริ่มเหลือง ก้อเอามาขูดๆ ให้ชีส กระจิ๊ดเดียว (เหมือนเดิม) ที่เหลือแนนก้อกินๆ ไปสรุป .. สุขภาพดี ทั้งแม่และลูกค่ะ เหอะๆๆๆๆ((ตอนแรกขูดให้หยาบไปหน่อย ชีสเคี้ยวหยับๆ เหมือนกินหมากฝรั่งเลย))แนนอ่ะ เริ่มคลายความเครียดลงไปเยอะเลยค่ะเพราะถึงจะต้องเสียเวลาเตรียมของกินให้ชีสมากกว่าเดิมหลายชั่วโมงแต่ถ้าทำแล้ว เค้ากินได้ แนนก้อโอเค ^^ไม่ได้โทรหาใครละ .. เพราะเลิกฟุ้งซ่าน .. เริ่มคิดวิธีให้ขอบชีสได้กินอาหารเม็ดบ้างคิดๆ อยู่พักนึง หลังจากมองกล่องอาหารเม็ดเค้า .. แล้วก้อเริ่มเลยเริ่มด้วยการเอามีดมาหั่นชีสบอลให้เป็นชิ้นพอดีคำ (สำหรับเค้า)บิ คุกกี้ให้ชิ้นมันเล็กลงมากๆ เผื่อว่าขอบชีสจะกินได้ทั้งคำแล้วก้อสิ่งสุดท้าย ที่แนนคิดว่า นี่คือขั้น advance สำหรับแนนแล้วก้อคือ"การปอกเม็ดปอ .. แล้วกระเทาะเนื้อในออกมา"สังเกตนิ้วสิคะ ... เยินได้อีก -*- แรกๆ ปอกเม็ดปอ ก้อลำบากพอๆ กะถั่วหวานอ่ะค่ะ จิ้มโดนนิ้วไปซะหลายแผลเพราะมันเล็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าบีบแรงๆ ก้อแตกเละคามือซะอีกใช้เวลาไม่ต่างกับถั่วหวาน ... เผลอๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะต้องค่อยๆ แซะเนื้อในให้เค้าด้วยเบ็ดเสร็จ ทำทุกอย่างให้ชีส ในแต่ละมื้อ ใช้เวลาไปประมาณ เกือบ 4 ชั่วโมง!!!!แต่คิดว่า ยิ่งทำบ่อย ก้อยิ่งใช้เวลาน้อยลงค่ะ ... เชื่อว่างั้นนะ ^^;ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ... พาชีสไปหาคุณหมอจ๋า เพื่อ follow up อาการกันหน่อยแต่ไม่เจอหมอจ๋าอ่ะ กลายเป็นคุณหมอผู้ ช ใส่แว่น (มารู้ทีหลังว่า ชื่อคุณหมอพรชัย)คุณหมอบอกว่า หมอจ๋า ต้องลงไปช่วยข้างล่าง เพราะมีสัตว์ป่วยเยอะเหลือเกิน - -"((แอบนึกในใจ แล้วทำไมคุณหมอไม่ลงไปแทนน้อ~ อยากหาหมอจ๋ามากกว่า))แนนจำไม่ได้ว่า เคยหาคุณหมอคนนี้รึป่าว ..แต่ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แล้วก้อรู้สึกว่า คุณหมอจับขอบชีสเหมือนไม่ถนัดแถมขอบชีส ... จากที่แนนเลี้ยงมาเกือบ 2 ปี แล้ว ไม่เคยได้ยินเสียงร้องของขอบชีสเลยยังนึกว่า ขอบชีสคงเป็นใบ้ :-Pแต่พอคุณหมอจับชีสตรวจเท่านั้นแหละ ร้องจุ๊ดๆๆๆๆ จิ๊ดๆๆๆๆๆ ซะดังลั่นเลยเห็นแล้วก้อยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีเข้าไปอีก - -คุณหมอจับปากขอบชีส แหวกๆ ดู แล้วก้อบอกว่า แผลโอเคดีไม่มีอะไรต้องห่วงแนนยังต้องให้ยาขอบชีสต่อไปเหมือนเดิม ขอบชีสแอบฟันยาวอีกแล้ว .. ฟันขึ้นเร็วมากจนคุณหมอบอกว่า "เอากรรไกรตัดเล็บของคนน่ะแหละครับ .. ตัดให้เค้าเองเลยจะง่ายกว่ามาหาหมอนะ">..< ใครจะกล้า!แล้วคุณหมอก้อถามรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการให้อาหารของขอบชีส ว่าแนนทำไงบ้างพอเล่าๆ ไปคุณหมอก้อทำหน้าเหวอ เหมือนแบบเฮ้ย คุณใช้เวลาเยอะงั้นเลยแล้วคุณหมอก้อแนะนำว่า"ไปซื้อเกอร์เบอร์มาป้อนแทนซีลีแลคสิ ... เค้าขายเป็นกระปุก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาชง"-..-เอ่อ........... ไม่ได้บอกคุณหมอหรอก แต่นึกในใจว่าเคยไปดูมาเหมือนกัน อาหารเด็กอ่อนแบบนั้น ... แต่ราคาแพงระยับคือกระปุกนึงมีนิดเดียว แต่ราคาพอๆ กับที่แนนสามารถซื้อซีลีแลคได้ 1 กล่องใหญ่ + 1 กล่องเล็กเลยอ่ะแนนยอมชงให้เค้าดีกว่าค่ะ แหะๆๆๆๆ ไอ้ที่เสียเวลาน่ะ มันคือการปอกถั่วหวาน กะ เม็ดปอ ตะหาก ...ไปหาคุณหมอทั้งที .. ก้อต้องให้ชีสชั่งน้ำหนักซะหน่อยเที่ยวนี้ก้อลดลงไปอีก 4 กรัม จนตอนนี้เหลือแค่ 50 กรัมแล้วชีสเอ๊ยยยยยไม่รู้จะโด๊ปยังไงไหวแระเนี่ย .. ((ที่เห็นในรูปคือ มือแนนที่จับเค้านะคะ ... เด๋วนี้ตั้งแต่ไม่มีฟัน ก้อหงอลงไปเยอะเลย))สถานการณ์ ณ วันนี้ เวลานี้ ..หมดจากเรื่อง ฟัน , อาหาร แล้วก้อมีเรื่องให้ต้องกลุ้มใจเพิ่มขึ้นอีกก้อคือ .... ขอบชีสขนร่วงค่ะร่วงกระจุยกระจาย น่ากัวมากๆ แนนเห็นแล้วยังแบบ ... เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆตอนนี้ร่วงไปแถบนึงแล้วอ่ะ ตรงด้านในหนังย้วยนี่แทบไม่มีขนกลายเป็นนู๋ขี้เรื้อนไปซะงั้น - -"ตอนนี้ขอบชีสก้อยังคงตั้งหน้าตั้งตา คันๆๆๆ แล้วก้อเลียๆๆๆ จนขนร่วงเต็มกรงไปหมดแนนว่า .... ต้องเป็นเพราะอาหารที่ป้อนให้ "มีชูรส" แน่ๆคิดๆๆๆๆๆ ว่าอะไรที่เป็นไปได้ ..แล้วก้อไปหยุดที่ ชีสขวด อ่ะ ... เพราะเป็นอย่างเดียวที่ไม่ใช่อาหารเด็กอ่อนเลยเล่าให้ "น้องแมวดำตัวยาวใส่แว่น" ฟังใน MSNเค้าก้อคิดตรงกันกะแนนแหละ.. ก้อเลยสรุปว่า แนนต้องหยุดให้ ชีสขวด กับขอบชีสไปก่อนละกัน((ชื่อชีส แต่กินชีส เออ เอาให้งงกันอีก))ไว้วันเสาร์ .. ก้อคงต้องพาไปหาหมอจ๋ากันอีกรอบ ... ไปโรงบาลเกษตร จนคุณพี่ รปภ. จำหน้าได้ละ .. เด๋วนี้พอเลี้ยวรถเข้าไปปุ๊บ เค้าก้อหาที่จอดให้เลยVIP ดีเนอะ .. อิอิ ^^ปล. ประจำวัน:- แนนกลับมาลั๊ลลาเหมือนปกติแล้วนะคะ .. ไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ^^;- แค่ขอบชีสกินได้ทุกอย่างที่แนนป้อนให้ แนนก้อดีใจมากแล้วค่ะ- เปลี่ยนมาเครียดเรื่องงานแทน - - - เพิ่งไปดูหมอมาเมื่อวานล่ะ วีวี่ ... พี่แว่นมหาพยากรณ์คนเดิม (แกขึ้นราคาเป็น 300 แล้วนะ)- เฮอริเคนที่พัดเข้าใส่เมื่อวันศุกร์ ตอนนี้เริ่มทำใจได้บ้างละ .. ก้มหน้าทำงานต่อไป (ก่อนละกัน)- ได้เวลาตัดสินใจครั้งใหญ่ จะเป็นไงก้อเป็นกัน (ล่ะวะ)- เดือนหน้าบริษัทมี outing ล่ะ .. แต่ได้ไปแค่พัทยา - -" ก้อยังดีกว่าไม่ได้ไปไหนเลยล่ะเนอะ- fighting เรื่องเกาะล้านไปแล้ว จะ 150 หรือ 20 เด๋วได้รู้กัน เฮ้ออออ~~~*ขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับกำลังใจดีๆ จากทุกคนที่มีให้แนนและขอบชีสนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ*
<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>
Name : Email : URL : Comment : กรอกตัวเลขก่อนส่ง