++ ทัวร์ 3 แม่ Part II ++
ลมหนาวและดาวเดือน - panaddaยังคงใช้เพลงประชดประชัน อากาศกันต่อไป 555+มาต่อ Part II กันเลยนะคะ ...เหลืออีก 2 วัน สำหรับการท่องเที่ยวเปิดเส้นทางใหม่ 3 แม่((ใครที่เพิ่งเข้ามาอ่าน สามารถติดตาม Part I ได้ >> คลิกเลยจ้า))วันที่สาม วันที่ 17 ต.ค. 2551ที่ทิ้งท้ายไว้ในหน้าที่แล้วว่า ... เด๋วจะมาเล่าเรื่องห้องพักสุดท้ายก้อต้องมาเล่าตอนกลางคืนอยู่ดี เหอๆๆๆ ... ลืมเอาโพยไปออฟฟิศไง ก้อต้องมาอัพที่บ้านอยู่ดี >..< ดูจากรูปด้านบน จะเห็นใช่มั๊ยคะ ว่าที่พักเป็นเรือนไม้ ติดแม่น้ำอีกตะหากทุกอย่างมันควรจะดูดีใช่มั๊ยคะ ... ถ้ามันไม่มีเหตุการณ์ตอนกลางคืนน่ะสิ!!!เรื่องของเรื่อง คือ หลังจากที่เราหม่ำข้าวกันเสดเรียบร้อยแล้ว ถึงได้มาเช็คอิน(ด้วยความที่ตอนนั้น ทั้งกรุ๊ปหิวข้าวกันมากๆ เลยไม่สนใจเก็บกระเป๋า ขอมุ่งไปที่ร้านข้าวก่อนเลย)ซึ่งตอนเช็คอิน มันก้อ 3 ทุ่มกว่า เข้าไปแล้วอ่ะค่ะ ... แล้ว ณ ตอนนั้น พวกเราถึงได้รู้ว่า ...ในกรุ๊ปที่ไปกันเนี่ย ต้องแยกกันนอน 3 โรงแรมซึ่ง แนน กับ แสตมป์ , แล้วก้อพี่ในรถอีก 2 คน โดนจัดให้ไปนอนที่เรือนไม้ ซึ่งต้องเดินไปอีก 50 เมตร (มันเป็นเหมือนโรงแรมลูก ของริเวอร์เฮ้าส์ รีสอร์ท อีกที)ตอนแรกก้อไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ตอนนั้นง่วง เมื่อย แล้วก้ออยากพักผ่อนแต่ .... พี่ผู้ ช ในรถ ที่ทำงานไกด์เนี่ยสิ ทำเสียเส้น .... เพราะพูดขึ้นมาว่า"เรือนไม้อ่ะ ผีดุนะ" ,, "เข้าไป 2 คน แต่ตอนนอน มี 3 นะ"งานเข้าเลยสิคับพี่น้อง ... คือแนนอ่ะ รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่โรงแรมแรกแล้วนะ เพราะอยู่ๆ ก้อตื่นขึ้นมาตอนตี 2 - ตี 3 แบบไม่มีสาเหตุ (อันนี้คือคืนแรก) แต่ตอนนั้นก้อไม่ได้คิดอะไรพอดีเปิดทีวีทิ้งไว้ ก้อเลยดูหนังเกาหลีช่อง 3 ต่อไป จนง่วงแล้วก้อนอนต่อ(>..<) พอเจอพี่เค้าพูดแบบนี้ ก้อยิ่งเหวอ ..ยังดีที่ พอเปิดประตูเข้าไป ... อืมมม~~~ มันดูดีกว่าที่กัวไว้เยอะเลยแต่...................... ก้อยังมีสิ่งที่ทำให้กัวได้อีก คือ ... ใต้เตียงมันโปร่งค๊าบบบ พี่น้องดูหนังผีมาก้อเยอะ ... ไม่ชอบเลย เตียงที่มันมีซอกใต้เตียงเนี่ยยยยย ....ทั้งแนน และ แสตมป์ ต่างก้อเงียบๆ ไม่พูดถึงเรื่องที่ไม่ควรแม้แต่จะนึก!แล้วด้วยความที่เพลียด้วยแหละ ... เทรูปลงคอมเสด ก้อจัดการอาบน้ำอาบท่า ((ในห้องน้ำ ก้อบรรยากาศ ทึมๆ หลอนๆ ใช้ได้เลย T^T))พอตอนจะนอน ... คืนนี้ แสตมป์มาแปลก ,, จากที่เคยเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนนอน ,, วันนี้ก้อปิดทีวีซะงั้นน่ะแนนก้อ อึ้งๆ แต่ก้อนะ ...ไม่เป็นไรๆ เด๋วก้อคงหลับแล้วล่ะซักพัก .. พอสวดมนต์เสด .. ได้ยินเสียงอะไรดัง แปะ .. แปะ .. แปะเหมือนอะไรหยดน่ะ!!!???หันไปทางแสตมป์ ... อ่าว ... หลับไปแล้วคับพี่น้อง!!กรู ... เอาแล้วไง ... แต่แนนก้อเป็นคนที่ต้องพิสูจน์ค่ะ จะไม่หลับไปทั้งๆ ที่ยังสงสัยแบบนี้หรอกเลยเดินหาเสียงน้ำหยดแปะๆ (กล้าดีมั๊ยคับ)ซักพัก ถึงได้เจอ ต้นตอของเสียง ....................... มันคือ!!...."เสียง น้ำหยดจากเครื่องแอร์" แปะ แปะ แปะ เป็นจังหวะจะโคน เป๊ะๆแม่มมมมมมมมมมมมมมมม ... ทำเอาประสาทเสียแล้วแนนก้อหลับๆ ตื่นๆ ไปกับเสียงน้ำแอร์หยด ... จนกระทั่ง ...อยู่ๆ ก้อสะดุ้งตื่น แบบไม่มีเหตุผล ค่ะงัวๆ เงียๆ ... เอ๊ะ เช้าแล้วเหรอ ... คือบางครั้งร่างกายมันจะปลุกให้ตื่นเองน่ะหันไปมองนาฬิกา ... เอิ่มมมมมม ... ตี 3 อีกแล้วใช่มั๊ย!? กะไม่ให้หลับให้นอนกันเลยใช่มั๊ย!? ตรูเหนื่อยนะเฟ้ยโกด ก้อ โกด ... แต่ก้อ กัว จากที่งัวเงีย ก้อกลายเป็นตาตื่น ... ตาค้าง นอนไม่หลับแล้ววุ้ยไอ้ครั้นจะหยิบหนังสือมาอ่าน ... ก้อขี้เกียจอีก ... เลยหยิบเกมมาเล่นให้มันปวดๆ ตาไปซะปรากฎ ... เกมแบตหมดค่ะ ... ไม่ได้เอาที่ชาร์จมาซะด้วยT^T จะอะไรกันนักกันหนาเนี่ยยยยยย <<< ((ขอยืมภาษาอดีตนายกฯ มาใช้ซะหน่อย))กว่าจะหลับ เล่นเอาเกือบเช้า เออ .. ดีนะ ขอบคุณ!!....นี่แหละค่ะ ... เบื้องหลังคืนที่ 2 ที่เก็บมาเล่าให้ขนลุกกันซะต้นไดเลย ... ใครที่กำลังอ่านอยู่ตอนดึกๆ ก้อขออภัยนะคะ;-pอ่ะมาต่อกันที่การเดินทางของวันนี้กันดีกว่าค่ะ ^ ^ วันนี้ตื่นเช้า ตี 5 กว่าๆ เหมือนเช่นเคย ... ง่วงๆๆๆๆ แต่ก้อต้องตื่นเพราะเค้านัดทานข้าว 7 โมงเช้าเหมือนเดิมแหละค่ะล้อหมุนตอน 8 โมง ครึ่ง ... ออกไปไม่นาน ก้อไปแวะที่วัด .... เอ่อ ..... จำชื่อวัดไม่ได้ !!(ในโพย ก้อไม่มีบอก)รู้แค่ว่า วัดนี้ มีจุดเด่นที่แปลกประหลาดดี ตรงที่ เค้ามีฆ้องอันเบิ้ม ตั้งอยู่ (ไม่ได้ถ่ายรูปมา T^T)ไว้ให้คนที่แวะไปทำบุญ ได้ลูบๆ อธิษฐาน ค่ะ!!!ใครที่อยากอธิษฐานอะไร แล้วอยากรู้ว่าจะได้จิงสมกับที่ตั้งใจไว้มั๊ย ก็ขอให้ ฆ้องมีเสียง หรือจะขอให้ฆ้องไม่มีเสียง ก้อได้(แต่ส่วนใหญ่เค้าจะขอให้ฆ้องมีเสียงดังออกมานะคะ) แนนก้อลองไปลูบๆ ล่ะแต่ขอเรื่องอะไร ไม่บอกน๊า~~ อุบไว้คนเดียวเนี่ยแหละ ^^ ลูบๆ ไปพักนึง ก้อมีเสียงดังแผ่วๆสงสัยเรื่องที่แนนขอ คงจะสำเร็จ แต่อาจจะต้องนานหน่อย (วิเคราะห์เอง เสดสรรพ) วัดนี้ มีองค์พระรูปใหญ่มโหฬาร ประดิษฐานอยู่ด้านบนด้วยค่ะ เดินขึ้นไปไม่กี่ขั้น แค่พอเหงื่อซึมหลัง ก้อจะเห็นความงามด้านบน อย่างที่เห็นในภาพเลยจากบริเวณวัด มองเห็นทะเลหมอกอยู่ลิบๆ ด้วยน๊า~~ วิวสวยยยยยยย เหมือนอากาศหนาววววววว ... จิงๆ คือ ร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนร้อนแบบ ...เหงื่อท่วม แดดแจ๋ ... เดินตากแดดกันหน้าแดง T^T....จากนั้นพวกเราก้อเดินทางออกจากแม่สะเรียง .. มุ่งสู่เส้นทาง แม่ลาน้อย-ขุนยวม แวะแม่ลาน้อย จิบกาแฟอาราบิก้ากันก่อน(แนนเป็นคนไม่กินกาแฟค่ะ ถ้าไม่ง่วงจนสุดทนแล้วต้องทำงานให้เสดนะ ถึงจะซดซักแก้ว)คนอื่นเค้าจิบกาแฟกัน ... แต่แนนกินแค่หนมวุ้น (อร่อยดี) มีเด็กๆ มาแสดงระบำอีกแล้วค่ะ ... คือ ไม่ว่าจะไปที่หน่วยราชการไหนก้อมักจะมีข้าราชการออกมาต้อนรับท่านผู้ว่าฯ (ที่ร่วมทริปมาด้วย) ทุกครั้งเลยและจะต้องมีเด็กๆ ที่ถูกเกณฑ์มาให้ระบำโชว์ อยู่ตลอด((ช่วงเวลาแบบนี้แหละ ที่มันกินเวลายาว แล้วไปบีบช่วงเวลาที่แวะสถานที่เที่ยวให้เหลือนิดเดียว.. เฮ้อ~~))....เดินถ่ายรูปเล่นดีกว่า ... อันนี้เป็นชิงช้าชนเผ่าแบบต่างๆ มาจำลองไว้ตรงนี้นะคะพวกเราก้อไปปีนเล่นถ่ายรูปกันสนุกสนาน ^^ ดอกบัวตอง บานแล้ววววววว~~~ ^o^//....จากนั้นพวกเราก้อเดินทาง หลับๆ ตื่นๆ หัวสั่นหัวคลอนกันไปในรถตู้ไปถึง ถ้ำแก้วโกมล ชมหินงอกหินย้อยที่เป็น Unseen in Thailand
ใครไม่กินกาแฟ เค้าก้อมีน้ำแดง เฮลบูบอย (ชงได้จางงงงมากกกกกก) ไว้บริการค่ะร้านกาแฟร้านนี้ เค้าพรีเซ้นว่าไม่ธรรดาค่ะ คือ ... ใช้บริเวณหน้าคุก มาทำร้านกาแฟ เลยตั้งชื่อร้านว่า Coffee Cook (หรือกะให้คล้องกับ Coffee Prince??)ฟังดูเหมือนครีเอทเนอะ ... แต่แนนว่ามันก้อธรรมดาๆ อ่ะ ไม่เห็นว่ามันพิเศษ พิศดารตรงไหน!?- -"....ถัดจากคุก ไปไม่เท่าไหร่ ..ก้อแวะหน่วยงาน OTOP ต่อเลยค่ะ นั่นคือ ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอนตึกนี้มี 3 ชั้นค่ะ ข้างในก้อมีของขาย ของโชว์เยอะแยะเลย ^^ ชั้น 1, 2 จะเป็นสินค้าที่โชว์ด้วย ขายด้วยแต่ชั้น 3 จะเป็นโชว์อย่างเดียว เกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ แนนไม่ได้ขึ้นไปค่ะมัวแต่สาระวนอยู่กับการเลือกผ้าพันคอ ... เพราะเค้าให้เวลาแค่แป๊บเดียวเท่านั้น(ก้อมัวแต่เผาเวลาไปกับตรงส่วนที่ไม่ควรจะอยู่นานเลยจิงๆ เหอะ -*- แล้วก้อมาเร่งๆ)แล้วก้อมาเจอผืนนี้ค่ะ .. ราคาสะดุดตามากมาย o_O ที่ป้ายเขียนไว้ว่า .. ผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมไหล่ขนแกะล้วน กลุ่มศิลปาชีพผู้ผลิต บ้านห้วยห้อมเอ่อ ... เห็นแล้วก้อแปลกใจคือจับๆ ดู ก้อรู้สึกได้ถึงความนุ่ม อบอุ่น ลายผ้าสวยงาม น่าใช้แต่ราคาซื้อไม่ลงจิงๆ ค่ะ ... แล้วก้อไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้ขนแกะ??คือ ประเทศเรา เน้นเลี้ยงแกะ ฤ? .. เท่าที่เรียนมาก้อไม่ใช่นิแล้วเค้าเอาขนแกะมาจากไหน? แล้วที่มันแพงนี่แพงเพราะนำเข้าขนแกะ? หรือแพงเพราะฝีมือแรงงาน?ถ้าเป็นอย่างหลัง คงไม่ใช่แน่ ... เพราะมันก้อมีผ้าพันคอที่ทอผ้าฝ้าย ผืนละ ร้อยกว่าบาท เองข้องใจ๊ ข้องใจ ... ใครรู้ช่วยบอกที ^^"....จากนั้นก้อต้องตามคณะ ทั่นผู้ว่าฯ ไปเปิดงานในพิธีแห่จองพารา ... ซึ่งงานนี้มีทีวีทุกช่องมาทำข่าวเลยค่ะมี ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นพิธีกรด้วยแต่พวกเราไม่มีใครสนใจเลย ... รู้สึกร้อน เหนื่อย เพลีย อย่างแรงอยากพัก แต่เค้าไม่พากลับโรงแรมนี่ ... มีแค่ 2 ทางเลือกคือ อยู่ในงาน จนกว่างานจะเลิก ประมาณ 2 ทุ่ม แล้วเค้าก้อจะพากลับโรงแรม และกินข้าวเย็นที่นั่นหรือ อีกทางคือ เดินออกจากงานไปอีกซัก 100 เมตร ก้อจะเจอ "ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน"คิดว่า แนน จะไปที่ไหนคะ?ติ๊ก ต่อก ติ๊กต่อกให้เวลาคิด....:-pหลายคนคงเดาได้ เพราะรู้กันดีแหละว่า ... แนนอ่ะ บ้าช็อปปิ้งมากกกกกกกกกกกกกกกกถ้าไม่ได้ไปเดิน ก้อไม่ค่อยสนใจอยากซื้ออะไรแต่ถ้ามันได้เดินแล้วล่ะก้อ ...... หึหึ ดูในรูปจิ ... มีร้านนึงเค้าให้น้องหมาพุดเดิ้ลเฝ้าร้าน ... แล้วมันก้อเฝ้าได้จิงๆ ด้วยนะ โคดน่ารักเลยยย ^^;ระหว่างที่เดินๆ ก้อสอบถามราคาไปเรื่อยๆ ... ส่วนใหญ่ที่นี่จะขายของไม่ค่อยหลากหลายเน้นขายแต่ของสไตล์พื้นเมืองกันซะเยอะ เหมือนๆ กันหมดเลยพวกชุดเสื้อแบบคนไทยใหญ่ กระโปรงสั้นบานๆ แบบจาวเหนือ แล้วก้อพวกรองเท้าสาน กระเป๋าปักส่วนใหญ่ราคาแพง ถึง แพงมากค่ะ - -"แนนได้เสื้อยืด ลายแม่ฮ่องสอนมาตัวเดียวเอ๊งงงง ไว้ใส่เล่นๆ อยู่บ้านเดินไปถึง กลางๆ ซอย ... มีครอบครัวนักร้อง นักดนตรี จาวเหนือ ตั้งวงร้องเพลงอยู่พ่อ - แม่ - ลูกขายซีดีเองด้วยนะ ลูกสาวร้องเพลงเสียงหวานใสมากแต่ไม่ได้อุดหนุนซีดีเค้าหรอก เพราะฟังภาษาเหนือไม่ออกน่ะเจ้า~~~ (>..<)//....หลังจากเซ็งๆ กับของที่ราคาแพงแล้ว ก้อเริ่มเดินหาของกินกันแทน ^^ลั๊ลลามากๆ เพราะของกินราคาถูกสุดๆ แสตมป์ซื้อขนมกล้วย ... 3 ชิ้น 5 บาท !!! เอ่ออออ ~~ พี่คะ ขายของเอากำไรบ้างก้อได้นะคะนอกจากขนมพื้นเมืองแบบต่างๆ ก้อมีพวกอาหารคาววางขายอยู่ด้วยเหมือนกันแล้วแนนก้อมาเจอะกับอาหารรสแซ่บของชาวไทยใหญ่เข้าอย่างจัง!! เมนูนี้ เค้าเรียกว่า "หมี่เส้นโก้" ค่ะ ราคาถูกมากๆ ห่อละ 10 บาทเท่านั้นแถมแม่ค้าใจดี ... อารมณ์ดี คุยเล่นกับพวกเราเพลินไปเลย ... ยังบอกด้วยนะว่าถ้าอยากได้สูตรจะเอาให้จิงๆ แล้วก้อไม่มีอะไรมากค่ะ เพราะคำว่า โก้ ในภาษาไทยใหญ่แปลว่า ยำซึ่งก้อคือ เอาเส้นหมี่ ไปยำๆ คลุกๆ กับกระเทียมเจียว หมูสับ ผักโรย พริกป่น แล้วก้อบีบมะนาวตบท้ายเท่านั้นเอง ... สูตรมีแค่นั้น แต่รสชาติเด็ดสุดๆ อร่อยมากๆๆๆๆๆๆเค้ามี 2 แบบนะคะ คือ "หมี่เส้นโก้" กับ "ข้าวเส้นโก้" (ข้าว = ขนมจีน)แต่เท่าที่ชิมมาแล้วทั้ง 2 แบบ ... แนนชอบแบบเส้นหมี่มากกว่าค่ะ ^^;....เดินเล่นกันจนถึง 2 ทุ่ม ก้อได้เวลากลับขึ้นรถ เพื่อตรงดิ่งไป โรงแรม อิมพีเรียล ธารา โรงแรมนี้ ไม่มีความรู้สึกแปลกๆ แล้วค่ะ ^^((แนนเป็นพวกเซ้นไวกับเรื่องปามานนี้อยู่แล้วด้วยอ่าค่ะ))ในรูปคือ จิงๆ นุ่งกางเกงเล ที่ซื้อกับคุณป้าขาไม่ดีบนดอย กะว่าจะถ่ายรูปเก็บไว้แต่พอดีหันไปเห็นทรงผมแล้วรู้สึกชอบเลเยอร์ขึ้นมาซะงั้น (นานๆ มันจะโค้งสวย) เลยถ่ายผมแทนซะเลยเหอะๆๆๆคืนนี้ก้อ เหมือนเดิมคือ เทๆ รูปใส่คอมทั้งหมด แล้วก้อ สวดมนต์ เข้านอนโดยไวZZZZ zzzz
วันสุดท้าย วันที่ 18 ต.ค. 2551ตื่นแต่เช้า~~~~ เช้าสุดๆๆๆๆๆๆๆ คือ ตื่นตั้งแต่ ตี 4เพราะพี่ช่างภาพจากหนังสือ หรือ นสพ. ไรเนี่ยแหละ เค้าชวนไปถ่ายรูปพระสงฆ์มาบิณฑบาตรตอนเช้า เดินกันเป็นสาย รวมทั้งไปดูชีวิตชาวไทยใหญ่ใส่บาตรกันด้วยพวกเราทุกคนอยากดูอยู่แล้ว ... ก้อเลยตกปากรับคำกันไปสะโหล สะเหล มากมายค่ะ ทั้งง่วงและเพลียเอามากๆๆๆๆๆๆๆปกติไปทำงานยังไม่ขยันขนาดนี้เลยนะเนี่ย - -"....พวกเรามารวมตัวกันที่ล็อบบี้ของโรงแรมกันตอนตี 5 ครึ่ง ตามที่นัดไว้แล้วก้อไปลุยตลาดตอนเช้ากันเล๊ยยย~~
ไปถึงก้อ ลุยใส่บาตรของแต่ละคนกันก่อนเลย ... ช่วงนั้นยังมีพระแค่ไม่กี่รูป เดินกันประปราย พี่คนนึง สงสัยว่าทำไมไม่มีพวกไทยใหญ่ อย่างที่พี่ช่างภาพคนนั้นบอกเลยก้อเลยเดินไปถามอาซิ้มร้านโจ๊กในตลาด ได้ความว่า ........... "โอ๊ยยยย อีเลิกมีไปตั้งนางแล่ว"ขำกันไม่ออกเลยคับงานนี้ แต่อย่างน้อยก้อยังได้ภาพพระสงฆ์เดินกันเป็นสาย และได้ภาพชาวบ้านมาบ้าง พอเป็นพิธีแหละค่ะ ^^....กลับมาถึงโรงแรมตอน 6 โมงเช้า ก้อซัดข้าวต้มรัวๆ เลยค่ะ(ABF ของโรงแรมนี้ ของน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)พี่ที่ดูแลทริปบอกว่า อย่ากินเยอะนะ เด๋วเจอโค้งอีกเพียบ เพราะขากลับเราจะไปทาง "ปาย" กันแสตมป์ได้ยินปุ๊บ (แสตมป์เคยไปปายมาแล้วค่ะ แต่แนนยัง) เลยบอกว่า เออ เส้นทางโคดจะโค้งเยอะ ได้เมาอีกแน่ไม่ได้การ ... ต้องรีบซัดยาแก้แพ้ไว้เลย ... จะได้หลับไม่รู้เรื่องวิธีนี้ใช้ได้ผลนะคะ ^^;....ระหว่างที่รอรถออก ก้อไปเดินเล่นถ่ายรูปรอบๆ โรงแรมด้านนอก ... แล้วก้อไปเจ๊อะ กับเจ้าสิ่งนี้ค่ะ แมลงอะไรซักอย่าง ที่คาดว่าน่าจะชะตาขาด วิญญาณหลุดลอยไปนานละ แต่คุณแมงมุมคงยังอิ่มอยู่แหงๆ....ออกเดินทาง และยังคงคอนเซปเดิมคือ นั่งหลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดทางเค้าแวะไหนก้อแวะ ... เค้าพาชมตรงไหนก้อชมวันสุดท้ายแล้ว ง่อยอย่างแรง -_-แต่มาตาโต o_O เมื่อเค้าจอดให้ชมสิ่งนี้ .... ทะเลหมอกคับพี่น้อง .... สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกน่าเสียดายที่ฟ้าไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่ (ณ เวลานั้น ก้ออากาศร้อนนะ)ภาพมันเลยขุ่นๆ มัวๆ หมองๆ ยังไงชอบกล - -"....ที่เค้าแวะจอด มันเหมือนเป็นจุดชมวิวข้างถนน ตามเส้นทางที่จะไปปาย น่ะค่ะเห็นว่าจะมีมุมถ่ายภาพยอดฮิตด้วย ... แต่แนนไม่ได้สนใจฟัง เลยไม่รู้ 5555+ ตอนนั้นกำลังคิดอะไรเพลินๆ มั๊ง ตรงจุดนี้ ห่างกับจุดทะเลหมอกมานิดหน่อย เค้าเรียกว่า กิ่วลม ค่ะน่าจะปามานว่า เป็นช่องลมทะลุผ่านนะ แนนว่า (อันนี้แนนคิดเอาเองนะคะ)เพราะตรงนี้ที่เดียวเท่านั้น ตั้งแต่เดินทางมา ที่มันรู้สึกได้ถึงลมเย็นๆ มาปะทะใบหน้า ให้รู้สึกขนลุกได้เหมือนมันอากาศหนาวแค่เฉพาะตรงนี้อ่าค่ะ (สังเกตในรูปลมโกรกมากๆ หัวเถิกเลย)....จากนั้นพวกเราก้อเดินทางต่อ ... ยังคงเหมือนเดิมค่ะ หลับๆ ตื่นๆ ^^จนถึง อ.ปาย จนได้ แต่ไม่ได้ไปตรงจุดที่เค้าเที่ยวกันโครมๆ หรอกค่ะ เพราะมันเป็นแค่ เส้นทางผ่าน เท่านั้นเองแวะสักการะวัดน้ำฮู ซะหน่อย ก่อนกลับบ้าน เพื่อเป็นสิริมงคล ^^ ตรงบริเวณข้างๆ วัด ก้อจะมีของที่ระลึกวางขายอยู่บ้างประปรายแต่แนนก้อยังอุตส่าห์ช็อปปิ้งได้อีก ^^;เห็นพวงกุญแจในรูปป่ะค่ะ เค้าขายถูกมากเลยนะ แต่มันก้อไม่เห็นมีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็น ปายถ้าเค้าไม่เอาปากกาเมจิกสีแดง มาเขียนไว้ที่ตัวตุ๊กตาว่า "Pai" บางตัวมีเขียนผิดไปวืดนึงด้วยนะ แล้วเขียนทับอีกที ยังจะกล้าเอามาขายอีก -*-ถ้าแค่นี้ ก้อทำให้รู้สึกถึงของฝากจาก ปาย ได้แล้ว ... เด๋ววันหลังทำขายเองบ้างก้อได้ อิอิ....ทางผ่านอีกที่ ... ก้อคือ... หมู่บ้าน เสรีชล ค่ะ ไม่รู้ว่า หมู่บ้านนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ... แล้วทำไมเราต้องแวะ... ไม่เห็นมีใครบอก ไม่เห็นมีไกด์ แล้วก้อไม่มีคนเดินบรรยายด้วย(ช่วงขากลับนี้ ไม่มีผู้ว่าฯ อยู่ในทริปด้วยแล้ว ... มันก้อเลยดูเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ได้มากขึ้นค่ะ ^^)แต่ดูรวมๆ แล้วเหมือนด้านหลังจะทำเป็น Home Stay ไว้ให้พักได้ด้วย เป็นลักษณะบ้านดินอ่ะค่ะที่นี่ มีชิงช้าชนเผ่า เหมือนที่แนนไปปีนเล่นตรงแม่ลาน้อยด้วย ... ไหนๆ ก้อมาถึงถิ่นละ ... ขอซะหน่อย ^^....ต่อจากตรงนี้ ... ก้อเป็นที่สุดท้ายใน อ.ปาย แล้วคือสะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย) เห็นเค้าบอกปามานว่า สะพานนี้แต่เก่าก่อนเคยไว้ใช้เป็นเส้นทางข้ามไปฝั่งพม่าแต่เท่าที่เห็น ... มันก้อเหมือนแค่สะพานข้ามคลอง ข้ามแม่น้ำ ธรรมดาๆ อยู่ในฝั่งทางไทยด้วยของเดิม อาจจะเคยเชื่อมต่อกับพม่าล่ะมั๊ง ^^"....เริ่มหลับๆ ตื่นๆ ในรถตู้นานขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่ะ เพราะตอนนี้เราไม่ต้องแวะที่ไหนแล้วจะมีก้อแค่แวะทานข้าวกลางวันกันอีกทีร้านนี้ ลงมาตอนที่กำลังสลึมสลือเต็มที่ ก้อไม่ทันดูว่าชื่อร้านอะไรรู้แค่ว่า ... เค้าปลูกต้นกล้วยไม้ไว้สารพัดชนิดมากๆเรียกได้ว่า เหมือนเป็นร้านขายกล้วยไม้ แต่เปิดขายอาหารด้วยเป็นอาชีพเสริมจะง่ายกว่า(เหมือนเดิมนะคะ ไม่มีรูปอาหาร เพราะวันสุดท้ายหมดเรี่ยวแรงแล้ว)พอทานอาหารเสด ... ก้อเริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาหน่อยแต่ก้อแค่ถ่ายๆ กล้วยไม้มาเท่านั้นเอง ... เพิ่งสังเกตว่า ตรงเกสรของกล้วยไม้มันมีหน้าตาด้วยนะ!!ตลกดีอ่ะ เหมือนอุลตร้าแมนมากๆ .. แต่ละแบบก้อหน้าตาต่างกันออกไป ^^; ลองสังเกตหน้ากล้วยไม้กันสิคะ ^^ บรรยากาศในร้านก้อร่มครื้ม สดชื่นดีค่ะ หน้าตาฝืนยิ้มเต็มที ... หมดแรงแล้วจิงๆคือ จะเรียกว่าหมดสภาพ น่าจะเหมาะกว่า - -"....หลังจากนี้ ก้อกลายสภาพเป็นซากท่อนไม้อยู่ในรถตู้เป็นที่เรียบร้อยจนเวลาล่วงเลยมาถึง มื้อเย็น ที่ ร้านครัวเกษตร จ.ตากร้านนี้ไม่ต้องพูดถึงรูปอาหารนะคะ เพราะไม่หยิบกล้องลงไปแล้วรสชาติอาหารเป็นยังไง แนนก้อจำไม่ได้แล้วอ่าค่ะ ... แถมกินอะไรไปบ้างยังนึกไม่ออกเลยคือมันเหมือนซากอะไรซักอย่าง ที่โดนต้อนให้ลงไปกินๆๆๆ แล้วก้อกลับมาขึ้นรถ - -"ทางผู้หลักผู้ใหญ่เค้าก้อร่ำลากันตั้งแต่ตรงนี้เลย ... เพราะจะต้องแยกกันกลับแล้วล่ะแนนก้อ เฮ้ออออ~~ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ..... ถึง ททท. กรุงเทพฯ ปามานเกือบ ตี 1 ยังดีที่ป่าป๊าไปรับที่นั่น ไม่งั้นคงหลับหมดสภาพในรถ Taxi แหงมๆเป็นอันจบทริป ทัวร์ 3 แม่ แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้กันนะคะ ^^ขอขอบคุณ: - แสตมป์ (แฟนอ้วน) เพื่อนที่น่ารัก ที่ชวนเราไปร่วมทริปด้วยนะจ๊ะ ^^- พี่หนู พี่ใหญ่ใจดีแห่งบ้าน ททท. ที่อำนวยความสะดวก และให้ความรู้ตลอดทริปด้วยค่ะ- พี่หนุ่ม คนขับรถตู้ ที่ขับซิ่งได้ใจเหลือเกิน โดยเฉพาะโค้งที่แม่ฮ่องสอน X3- เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนในรถ ที่เป็นกันเอง น่ารัก และนิสัยดีกันทุกคนเลยค่ะขอบคุณป๊า ม๊า ที่ทำให้แนนได้พบเจอมิตรภาพจากผู้คนดีๆ แบบนี้ค่ะ ^^ปล.ประจำวัน: วันนี้เน้นตอบเม้นอย่างเดียวเลยละกันโนะ ^^- ตอบคุณเปิ้ล applemee นะคะแนนใช้กล้องคอมแพคธรรมดา ยี่ห้อ Canon รุ่น IXY 910 IS ค่ะกล้องตัวนี้ ถ่ายธรรมชาติสวยค่ะ ^^ ขอบคุณที่ชมนะคะ กล้องมันดีค่ะ แหะๆ- ตอบคุณ nuiแนนมีคู่มือภาษาไทยนะคะ แต่ถ้าจะให้ส่งรายละเอียดการใช้งานกล้องให้ทางเมล์แนนคงไม่สะดวกจิงๆ อ่าค่ะ .. คงต้องรบกวนคุณ nui ลองถามที่ร้านที่ซื้อมาดูนะคะเพราะที่แนนได้มา ก้อไม่ตรงกับรุ่นของมันหรอกค่ะ เพียงแต่คล้ายกันบ้างคำสั่งพื้นฐานส่วนใหญ่ก้อคล้ายๆ กันหมดทุกรุ่นอ่าค่ะ ^^จิงๆ แนนเองก้อแทบไม่ได้อ่านคู่มือเลยด้วยซ้ำ ใช้ตั้ง auto อย่างเดียวเอง ง่ายสุดแล้วค่ะยังไงลองเล่นๆ เองแบบไม่เปิดคู่มือ ก้ออาจจะได้ภาพที่สวยไปอีกแบบนึงก้อได้นะคะ สู้ๆ ค่ะ- พี่เปิ้ล simplespaceมันคือ "ชะโงกทัวร์" จิงแท้แน่นอนเลยค่ะพี่ ^^" เพราะคนในทริปส่วนใหญ่เค้าก้อเรียกแบบนี้ค่ะเหอะๆปล. (อีกซักที) แนนเพิ่งไปกินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง Giant Yakiniku มาค่ะ .. ไว้จะมาอัพเดทหน้าต่อไปนะคะ ...^^ จะเทพอย่างที่เค้าร่ำลือกันหรือไม่ ... ต้องติดตามค่ะ^^
<< January >>
S
M
T
W
F
28
29
30
31
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
<< 2009>>
Name : Email : URL : Comment : กรอกตัวเลขก่อนส่ง